คำขวัญประจำจังหวัด

b03

"ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 
อุทยานแห่งชาติภูเก้าภูพานคำ 
แผ่นดินธรรมหลวงปู่ขาว
เด่นสกาวถ้ำเอราวัณ
 นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน"

           ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จยกกองทัพมาที่ตำบลหนองบัวลำภู เมื่อ พ.ศ. 2117 เพื่อไปช่วยพระเจ้ากรุงหงสาวดี ที่กรุงศรีสัตตนาคนหุต (เมืองเวียงจันทน์) เนื่องจากขณะนั้นไทยเป็นเมืองขึ้นของกรุงหงสาวดี แต่สมเด็จพระนเรศวรทรงพระประชวรด้วยโรคไข้ทรพิษเสียก่อน พระเจ้ากรุงหงสาวดี จึงให้ยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยา สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะริมหนองบัวหน้าที่ว่าการอำเภอ เมืองหนองบัวลำภู ในวันที่ 25 มกราคม ของทุกปี ทางจังหวัดจะจัดให้มีงานเฉลิมฉลองและมีพิธีถวายสักการะบวงสรวงดวงวิญญาณของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
           อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ เป็นพื้นที่ในบริเวณที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียง เหนือตอนบน ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู พื้นที่ตอนล่างของจังหวัดอุดรธานี และตอนบนของจังหวัดขอนแก่น สภาพธรณีเป็นภูเขาหินทรายซึ่งมีชั้นของของหินทรายอยู่ด้านบนระดับผิวดิน โดยมีชั้นของหินดินดาน หรือหินดินดานปนทรายเป็นฐาน ด้านล่างมีดินประเภทดินลูกรังและดินร่วนปนทรายกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้ สัตว์ป่า ทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ และสภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง มีเนื้อที่ประมาณ 201,250 ไร่ หรือ 322 ตารางกิโลเมตร
 ภูเก้า มีสันฐานคล้ายกะทะหงายโดยมีที่ราบอยู่ตอนกลาง พื้นที่เช่นนี้ทำให้สันนิษฐานได้ว่า พื้นที่ส่วนนี้น่าจะเป็นซากภูเขาไฟโบราณที่ดับสนิทไปแล้วหลายร้อยล้านปี หรือมิฉะนั้นก็เป็นการโก่งตัวของเปลือกโลกในบริเวณนี้ขึ้นมาเป็นขอบเทือกเขา เทือกเขาภูเก้าเป็นเทือกเขาสองชั้น ชั้นนอกเป็นภูเขาสูงและมีความลาดชันมาก ไหล่เขาด้านในมีความลาดชันไม่มากนัก พื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะสูงๆ ต่ำๆ บางแห่งเป็นที่ราบ

           หลวงปู่ขาว อนาลโย เป็น พระอริยเจ้าที่ได้ชื่อว่า "เป็นเพชรน้ำหนึ่งแห่งวงศ์กรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต" ท่านมี หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร เป็นสหธรรมิกที่เกื้อกูลกันในทางธรรม
 ท่านเป็นผู้ มีใจเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นในเป้าหมาย มีเมตตาธรรมเป็นเลิศ สง่างาม ประดุจช้างสาร ท่านมีอดีตชาติเกี่ยวพันกับสัตว์ป่า มีช้างเป็นต้น ไม่ว่าท่านจะไปเที่ยวที่ป่าเขาลึกเพียงไหน ช้างหัวหน้าฝูงมักจะเข้ามาหาคารวะท่าน ท่านรู้ภาษาสัตว์ และสัตว์เหล่านั้นก็รู้ภาษาของท่านเป็นอย่างดี
ท่านเกิดวันอาทิตย์ที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๑ ตรงกับปีชวด ณ บ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นบุตรนายพั่ว และนางรอด โคระถา
 อุปสมบทเมื่อวัน ที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ ณ วัดโพธิ์ศรี บ้านบ่อชะเนง ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีพระครูพุฒิศักดิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และ พระอาจารย์บุญจันทร์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ อยู่จำพรรษาที่วัดโพธิ์ศรีเป็น เวลา ๖ ปี ได้สังเกตดู ครูบาอาจารย์และเพื่อนพระภิกษุสามเณรประพฤติปฏิบัติพระธรรมวินัยลุ่มๆ ดอนๆ ไม่เป็นที่พอเชื่อถือได้ ไม่สมเจตนาที่ออกบวชเพื่อมรรคผลนิพพาน จึงเข้ากราบลาพระอุปัชฌาย์เพื่อออกธุดงค์ตามหาพระอาจารย์มั่น ได้จำพรรษากับพระอาจารย์มั่นปีแรกที่เชียงใหม่ พรรษานั้นท่านเร่งความเพียรแทบไม่ได้หลับนอน ท่านญัตติเป็นธรรมยุตเมื่อ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ โดยมี พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์บุญ ปญฺญาวุโร เป็น พระกรรมวาจาจารย์ (หลวงปู่ขาวเป็นนาคซ้าย หลวงปู่หลุยเป็นนาคขวา หลวงปู่หลุยบวชก่อน ๑๕ นาที)
 ท่านได้ธุดงค์จาริก ไปตามถิ่นต่างๆ จนในที่สุดก็มาพำนักจำพรรษาอยู่ที่ วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐  ท่านถึงอนุปาทิเสสนิพพาน ณ วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ในวันจันทร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๖  "สิริรวมอายุได้ ๑๙ ปี ๔ เดือน ๑๘ วัน ๕๗ พรรษา"
           ถ้ำเอราวัณ เป็น ถ้ำขนาดใหญ่ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม เดินทางไปเที่ยวชมได้สะดวกทั้งจาก จ.เลย และ จ.หนองบัวลำภู จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของทั้งสองจังหวัด  เป็นถ้ำขนาดใหญ่อยู่บนภูเขาสูง ลึกประมาณ 365 ม. มีบันได 611 ขั้นจากเชิงเขาเดินขึ้นไปถึงปากถ้ำ บริเวณปากถ้ำกว้างใหญ่มาก เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย และมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ ภายในถ้ำช่วงแรกมีหินถ้ำลักษณะคล้ายอ่างน้ำน้อยใหญ่อยู่ตามผนังด้านข้าง แต่มีสภาพทรุดโทรม ช่วงกลางถ้ำเป็นห้องโถงกว้าง มีหินงอกหินย้อยและเสาหินขนาดใหญ่ รวมถึงหินก้อนใหญ่รูปคล้ายช้างหมอบอยู่บนพื้น อันเป็นที่มาของชื่อถ้ำ ต่อจากนั้นก็เป็นห้องที่มีหินงอกก้อนใหญ่คล้ายปะการังซึ่งยังมีน้ำหยดลงมา อยู่ เมื่อเดินทะลุไปออกที่โพรงถ้ำอีกด้านจะพบปากถ้ำกว้างอยู่ข้างบน เดินขึ้นบันไดไปออกบริเวณปากถ้ำจะเป็นจุดชมทิวทัศน์ มองเห็นที่ราบซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมทางด้าน จ.หนองบัวลำภูได้อย่างกว้างไกล 

          พื้นที่บริเวณจังหวัดหนองบัวลำภู  นั้นมีความเป็นมาและมีประวัติศาสตร์มา  โดยมีการขุดพบวัตถุโบราณที่มีมาตั้งแต่ยุคบ้านเชียง  เพราะว่าเป็นถิ่นฐานบริเวณเดียวกันกับพื้นที่จังหวัดอุดรธานี

สมัยก่อนประวัติศาสตร์และก่อนอยุธยา
             มีการคาดการว่าบริเวณแห่งนี้มีชุมชนอาศัยอยู่ในระยะเวลา  2 – 3 พันปีมาแล้ว  โดยมาการค้นพบขวานที่ทำด้วยสำริด  ลูกปัดเครื่องประดับต่างๆ  บริเวณอำเภอโนนสัง  นอกจากนั้นยังขุดพบ  ใบเสมา  เป็นวัตถุโบราณสมัยทวารวดี  ที่อำเภอนากลาง  วัดป่าโนนคำวิเวก  อำเภอสุวรรณคูหา  และวัฒนธรรมของขอม  ฐานศิลาแลง  พระธาตุเมืองพิณ  มีอักษรขอมโบราณอยู่ด้วย  บ่งบอกได้ว่าบริเวณนี้มีความเจริญรุงเรื่อง  และมีพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแพร่
             ในช่วงของสมัยสุโขทัยนั้นพื้นที่ภาคอีสานของเรานั้น  มีอิทธิพลจากอาณาจักรล้านช้างเป็นอย่างมาก  และบริเวณดังกล่าวได้ค้นพบหลังฐานทางพระพุทธสาศนานิการเถรวาท  มาจนถึงแอ่งโคราช  และมีการคาดการว่าในสมัยขอมเข้ามามีอิทิพลในช่วงนี้ยังเป็นชุมชนเล้กๆ  ไม่ได้ใหญ่โตก่อนที่จะได้รับอิทธิพลจากทางอาณาจักรล้านช้างเข้ามา

สมัยอยุธยา
                ในสมัยของพระไชย  เชษฐาธิราช  ในอาณาจักรล้านช้าง  บริเวณจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญมีชื่อว่า “จำปานครกาบแก้วบัวบาน”  ก่อนนั้นมีชื่อว่า  “หนองบัวลุ่มภู”  และในระยะเวลาต่อมาพระวอพระตาเสนาบดีใหญ่ของนครเวียงจันขัดแย้งกับพระเจ้าสิริบุญสารถึงย้ายอพยพมาบริเวณนี้  แล้วได้ตั้งชื่อใหม่ว่า “นครเขื่อนขันธ์กาบแก้ว  บัวบาน”  ซึ่งปัจจุบันคือพื้นที่บริเวณจังหวัดหนองบัวลำภู  สมัยนั้นได้มีการสร้างวัดขึ้นมาหลายวัดด้วยกัน  ศรีคูณเมือง  สร้างพระพุทธรูป  สร้างกู่ครอบไว้  ขุดบ่อน้ำแล้วสร้างเมืองดินล้ามรอบทั้ง 4 ด้าน  แต่ชาวบ้านยังเรียก  เมืองหนองบัวลุ่มภู  อยู่
                ในปี พ.ศ. 2117  ไทยได้เสียกรุงศีอยุธยาครั้งที่ 1 ให้กับกรุงหงสาวดี  สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชยกทัพช่วยพม่ารบกับเวียงจันทร์  สาเหตุจากพระเจ้าเชษฐาธราชได้หายสาบสูญ  จึงเกิดการแย่งชิงราชสมบัติจึงได้เข้าตีเมืองเวียงจันทร์  ช่วงนั้นเองสมเด็จพระนเรศวรได้ตามยกทัพมาด้วย  แล้วได้พักที่บริเวณหนองบัว  ครั้งนัน้เองได้อัญเชิญพระแก้วมรกตซึ่งพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชนำไปจากเมือง เชียงใหม่มาอยู่ในสยามด้วย
สมัยธนบุรี
                พ.ศ. 2310  ในสมัยพระเจ้าสิริบุญสารแห่งเวียงจันทร์  ตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  พระวอ  พระตา  ขุนนางใหญ่ของเมืองเวียงจันทร์  ได้เกิดความขัดแย้งระหว่างราชสำนักเอง  ได้อพยพไพร่พลลงมาที่จำปานครกาบแก้วบัวบาน  การสร้างเมืองใหม่และทำการ  สร้างกำแพงหินบนเขาภูพาน  เปลี่ยนชื่อเป็น “นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน”  และได้ตั้งตนเป็นอิสระไม่ขึ้นกับเมืองเวียงจัทนร์ต่อไป  แต่แล้วกองทัพทางเวียงจันทร์   ก็ยังมาสู่รบแต่ก็ไม่สามารถตีเมืองได้  แล้วทางเวียงจันทร์ได้ขอทางพม่ามาช่วยเหลือจึงสามารถตีได้  ในการรบครั้งนั้นพระตาได้เสียชีวิตลง  พระวอได้อพยพไปตามลำน้ำชีสร้างเมืองใหม่ที่มีชื่อว่าบ้านดอนมดแดง  ปัจจุบันก็คือจังหวัดอถบลราธานี
                ในช่วงนั้นเมือง  นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน  ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของเวียงจันทร์  สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ได้โปรดกล้าฯ  ให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก  ยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทร์ได้สำเร็จและได้เมือง  นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน   กลับมาได้ 
สมัยรัตนโกสินทร์
                ในรัชสมัย  รัชกาลที่ 3 พื้นที่ตรงนี้ได้เป็นที่พักรบ  เจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทร์  ตอนที่มารับกับเมืองโคราชและได้ถ่อยไปเมืองหนองบัวลำภู
                ในปี พ.ศ. 2433  สมัยรัชกาลที่ 4 ให้มีการจัดระเบียบการปกครองรูปแบบใหม่    ได้ก่อตั้งเมืองหนองคายเป็นเมืองบัญชาการใหญ่16 เมือง  เมืองขึ้นทั้งหมด 36 เมือง  เรียกว่า  เมืองลาวฝ่ายเหนือ พระปทุมเมวาภิบาลเจ้าเมืองหนองคาย  ได้แต่งตั้งให้พระวิชโยคกมุทเขตมาครองเมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน  ในฐานะเป็นเมืองเอกขึ้นตรงต่อเมืองหนองคาย  และได้ทำการเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่า “เมืองกมุทธาสัย”  หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อ เป็นเมืองหนองบัวลุ่มภู  อีกครั้ง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เนื่องจากมีหนองน้ำขนาดใหญ่กลางเมือง  เดิมชื่อว่าหนองซำช้างจึงเปลี่ยนชื่อเรียกว่า  “หนองบัวลำภู”  นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
                ในปี พ.ศ.2450 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้ทรงจัดรูปแบบการปกครองแบบใหม่  มีการรมหัวเมืองต่างๆ  ในบริเวณหมากแข้งตั้งเป็นเมืองจัตวา  เรียกว่าเมืองอุดรธานี  และเมืองหนองบัวลำภู  มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของเมืองอุดรธานี  มีพระวิจารณ์กมุทธกิจ  เป็นนายอำเภอคนแรก
                หลังจากนั้นก็กลายมาเป็นชุมชนที่มีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  มีความหนาแน่น  และมีความห่างไหลจากตัวเมืองจังหวัดอุดรธานี  ไม่มความสะดวกในการปกครอง  จึงมีความคิดที่จะแยกอำเภอหนองบัวเป็นจังหวัด  เพื่อความสะดวกในด้านการปกครอง  ตามนโยบาลการกระจายอำนาจของรัฐ
                ด้วยต้องการให้สามารถรองรับการเจริญเติบโตของพื้นที่  และความรุ่งเรื่อง  จึงที่จะสมควรแยกออกมาเป็นจังหวัด  โดยเสนอเมื่อวันที่  19 มกราคม 2536  และทางคณะรัฐมนตีได้เห็นชอบตามกระทรวงมหาไทยเสนอ  จึงได้ทำการจัดตั้งเป็นจังหวัดหนองบัวลำภู  ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2536  เป็นต้นมา
                โดยมีการยกกิ่งอำเภอให้ปกครองดังนี้
                - กิ่งอำเภอโนนสัง
                - กิ่งอำเภอศรีบุญเรือง
                - กิ่งอำเภอนากลาง
                - กิ่งอำเภอสุวรรณคูหา
                ซึ่งในปัจจุบันนั้น  กิ่งอำเภอนี้ได้เป็นอำเภอแล้ว