เมือง

แหล่งท่องเที่ยวอำเภอเมืองหนองบัวลำภู

คำขวัญอำเภอเมืองหนองบัวลำภู

“เมือง หนองบัวลำภูเมืองน่าอยู่ ภูพานตระหง่านตา ไร่นาสวนผสมสังคมทฤษฎีใหม่       ราษฎร์รัฐร่วมใจต้านภัยยาเสพติด เศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ”

    อำเภอเมืองหนองบัวลำภู เป็นอำเภอที่จัดตั้งใหม่พร้อมการสถาปนา จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๓๖ ประกอบด้วย ๑๕ ตำบลคือ ตำบลลำภู ตำบลโพธิ์ชัย ตำบลหนองบัว ตำบลหัวนา ตำบลนาคำไฮ ตำบลนามะเฟือง ตำบลกุดจิก ตำบลโนนขมิ้น ตำบลโนนทัน ตำบลบ้านขาม ตำบลบ้านพร้าว ตำบลป่าไม้งาม ตำบลหนองภัยศูนย์ ตำบลหนองสวรรค์ และตำบลหนองหว้า   มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายหลายแห่งที่น่าสนใจดังนี้

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 

 

   ตั้งอยู่ที่ สนามนเรศวร หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู และอยู่ริมหนองน้ำ “หนองบัว” ที่อยู่ใจกลางเมือง ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.๒๑๑๒ ไทยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๑ ให้แก่พม่าตรงกับสมัยพระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์กรุงหงสาวดี ได้มีหมายเกณฑ์ให้สมเด็จพระมหาธรรมราชา ไปช่วยตีเมืองเวียงจันทน์ ในครั้งนี้สมเด็จพระนเรศวรได้ร่วมเสด็จไปในกองทัพพระราชบิดาเป็นครั้งแรก สมทบกับกองทัพพม่าไปตีเมืองเวียงจันทน์ เนื่องจากพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชยกทัพไปตีเมืองญวนแล้วหายสาบสูญ พระเจ้าบุเรงนองเห็นโอกาสจึงยกทัพตีโดยให้กองทัพกรุงศรีอยุธยามาสมทบ สมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระนเรศวรได้     ยกทัพไปถึงหนองบัวลำภู เมืองหน้าด่านทางใต้ของเวียงจันทน์ ขณะนั้นมีพระชนมายุได้ ๑๙ พรรษา ครองเมืองพิษณุโลกอยู่   พระราชบิดานำกองทัพพักแรมที่หนองบัวลำภู เนื่องจากมีทัศนียภาพที่สวยงาม มีดอกบัวหลวงขึ้นเต็มที่หนองน้ำสวยงามมาก และหนองน้ำมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การตั้งพักแรมของกองทัพที่มีจำนวนมาก โดยใช้น้ำเพื่อดื่มเพื่อใช้ และดอกบัวหลวงก็ใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่กองทัพเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจในการออกศึกครั้งนี้ พระนเรศวรทรงประชวรเป็นไข้ทรพิษระหว่างเดินทัพ พระเจ้าบุเรงนองเห็นว่าสงครามจวนจะเสร็จสิ้นจึงอนุญาตให้กลับไปรักษาพระองค์

    การที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้เคยเสด็จมาประทับแรมที่เมืองหนองบัวลำภูเมื่อ พ.ศ.๒๑๑๗ นั้น ทำให้ชื่อเมืองหนองบัวลำภูได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย ดังนั้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ วีรกษัตริย์ไทย พระยาอุดรธานีศรีโขมสาครเขต (จิต จิตตยโสธร) อดีตเจ้าเมืองอุดรธานีได้ร่วมใจกับชาวหนองบัวลำภู สร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้ ณ ด้านตะวันออกริมฝั่งหนองบัวลำภู และสร้างรูปเหมือนสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประทับยืน พระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ ที่ออกแบบโดยช่างกรมศิลปากร   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๑๑ หลังจากนั้น ทุกๆ ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภูจะจัดงานพระราชพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระ นเรศวรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เรียกว่า “งานสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กาชาดหนองบัวลำภู”

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แห่งที่ ๒

      ศาลสมเด็จพระนเรศวร แห่งที่ ๒ นี้ ตั้งอยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑ์หอยหิน ๑๕๐ ล้านปี บ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู   จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมรูป สมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์แรกของจังหวัดหนองบัวลำภู ทำการปั้นโดยกรมศิลปากร เมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๑๑ จังหวัดหนองบัวลำภู ได้ทำการบูรณะ และได้อัญเชิญออกไปประดิษฐานเพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้บูชาสักการะ เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ และได้ก่อสร้างศาลแห่งนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ แล้วเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๔๙ และเมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๙ เวลา ๐๖.๓๙ น. ได้ประกอบพิธีเคลื่อนย้ายพระรูปหล่อองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขึ้นประทับบนศาลหลังใหม่โดยการนำของพลตำรวจตรีพงศ์ชัย   สุขะหุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู

ศาลหลักเมืองหนองบัวลำภู (ศาลพระวอ-พระตา)

      ตั้งอยู่ ณ บ้านกลาง ตำบลลำภู อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ศาลหลักเมืองเป็นศาลพระวอและพระตา ผู้สร้างเมืองหนองบัวลำภู ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า พระวอและพระตา เป็นพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน และพระตาได้ถูกกองทัพพม่าและกองทัพเวียงจันทน์ ฆ่าตายในสนามรบที่เมืองหนองบัวลุ่มภูแห่งนี้ ศาลหลักเมืองได้ทำการก่อสร้างขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์และรำลึกถึงคุณงามความดีของพระวอพระตา ผู้มาสร้างบ้านแปงเมืองหนองบัวลุ่มภู มีลักษณะของศาลเป็นศาลาจัตุรมุขทรงไทย มีขนาดและสัดส่วนสวยงามมาก รูปแบบการก่อสร้างเป็นแบบภาคกลาง จึงมีความวิจิตรเป็นพิเศษ ในบริเวณมีต้นมะขามขนาดใหญ่   ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองทางด้านทิศตะวันตก หน้าศาลจะมีถนนตรงไปยังโฮง เจ้าเมืองหนองบัวลำภู (จวนเจ้าเมืองเดิม) ซึ่งอยู่ห่างจากศาลหลักเมืองไปประมาณ ๕๐ เมตร จะมีเนินดินและต้นมะขามขนาดเดียวกัน กับที่ศาลหลักเมืองเป็นที่สังเกต เนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ ปัจจุบันไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ชาวเมืองเล่าว่า เจ้าที่แรง จึงไม่มีใครกล้าปลูกบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้น

วัดศรีคูณเมือง

 

    วัดศรีคูณเมือง เดิมชื่อ   วัดคนชุมน้ำออกบ่อ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ บ้านเหนือ ถนนวรราชภักดี หมู่ที่ ๕ ตำบลลำภู อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๓๑๐ เดิมเป็นวัดโบราณที่สร้างในสมัยที่ดินแดนแถบนี้ เป็นที่อยู่ของชาติขอม ละว้า และลาว มีซากอุโบสถเก่าแก่ มีใบเสมาหิน เป็นหินภูเขา ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปอยู่ในสถูปเรียกว่า “หลวงพ่อพระไชยเชษฐา”

   พระไชยเชษฐาวัดศรีคูณเมือง
เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านช้าง ประดิษฐานในพระธาตุที่มีศิลปะคล้ายกับพระธาตุศรีสองรัก จังหวัดเลย สันนิษฐานว่าพระไชยเชษฐาธิราชทรงสร้างไว้ในรุ่นเดียวกับ พระไชยเชษฐาวัดถ้ำสุวรรณคูหา ปัจจุบันวัดศรีคูณเมือง ได้สร้างศาลาครอบพระธาตุไว้อีกชั้นหนึ่ง สำหรับวัดศรีคูณเมืองนี้มีซากเทวสถาน และเสมาหินของขอมหันหน้าไปทางประเทศกัมพูชา ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรในสมัยที่สร้าง กรมศิลปากรได้บูรณะขึ้นใหม่ในปี ๒๕๕๑

   บ่อน้ำวัดศรีคูณเมือง
เป็นบ่อน้ำก่อด้วยอิฐขนาดเดียวกับ กำแพงเมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒ เมตร ลึกประมาณ ๕๐ เมตร มีน้ำใสสะอาดตลอดปี สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พ.ศ. ๒๑๐๖ ถือว่าเป็นบ่อน้ำคู่บ้านคู่เมือง เวลามีพระราชพิธีและพิธีสำคัญจะนำน้ำจากบ่อแห่งนี้ไปใช้ อาทิ พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา และพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์

วัดถ้ำกลองเพล


   เป็นวัดป่าที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ในบริเวณวัดมีบรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบ สันนิษฐานว่าเป็นวัดเก่าแก่ แต่ไม่มีหลักฐานว่าสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.ใด ต่อมาเป็นวัดร้าง จนกระเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๑ หลวงปู่ขาว อนาลโย พระวิปัสสนาสายพระอาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตตะ เถระ   ได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดถ้ำกลองเพล ได้อาศัยวัดแห่งนี้เป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐาน โดยได้สร้างอุโบสถ ใช้พื้นที่จากหมู่ก้อนหินขนาดใหญ่เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ เพื่อใช้บำเพ็ญสมณธรรม จนกระทั่งมรณภาพในปี พ.ศ.๒๕๒๖ สิริรวมอายุได้ ๙๕ ปี ๕ เดือน อยู่ในเพศบรรพชิตถึง ๕๗ พรรษา พิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ขาวเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธี วัดถ้ำกลองเพล ตั้งอยู่บ้านถ้ำกลองเพล อำเภอเมืองหนองบัวลำภู บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ เส้นทางหนองบัวลำภู-อุดรธานี ออกจากตัวเมืองไปทางอุดรธานี ๑๓ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไปอีก ๒ กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายหนองบัวลำภู - อุดรธานี อาคารเสนาสนะและอนุสรณ์สถาน ตลอดจนสิ่งสำคัญที่สำคัญภายในวัดประกอบด้วย


   พิพิธภัณฑ์อัฐบริขาร หลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นพิพิธภัณฑ์สร้างขึ้นเพื่อเก็บอัฐิและรวบรวมเครื่องอัฐบริขารของหลวงปู่ ขาว สร้างด้วยหินแกรนิตที่มีรูปทรงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่สวยงาม โดยเฉพาะอาคารแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นเงิน ๑ ล้าน ๔ แสนบาท เป็นปัจจัยสมทบทุนก่อสร้างอาคารหลังนี้ จึงมีคุณค่าทางด้านสถาปัตยกรรม และคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์อีกด้วย

หอไตรวัดมหาชัย

 

    ตั้งอยู่ด้านทิศเหนือภายในวัดมหาชัย เป็นสิ่งก่อสร้างสำหรับเก็บรักษาพระไตรปิฎกคัมภีร์ใบลาน หนังสือหรือเอกสารธรรมะต่างๆ สร้างประมาณปี พ.ศ.๒๔๔๕ – ๒๔๕๐ ผู้สร้างคือ พระอาจารย์แสง ธัมมธีโร เจ้าอาวาสถือว่าเป็นห้องสมุดสำหรับพระภิกษุสามเณร ลักษณะรูปทรงเป็นเรือนไม้ยกพื้นสูง กั้นฝา มีระเบียงและลูกกรงกั้นรอบๆ เดิมหลังคาจะมุงด้วยแป้นไม้ ก่อสร้างอยู่กลางสระน้ำ เพื่อป้องกันมอดปลวกหรือ แมลงต่างๆ ติดกับ ฝั่งโดยใช้สะพานชักเพื่อมิให้มีสิ่งเชื่อมต่อระหว่างฝั่งกับหอไตร

พระบางวัดมหาชัย

 

   พระบางวัดมหาชัย เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ จำนวนหนึ่งคู่เป็นโบราณวัตถุที่สำคัญของจังหวัด หล่อด้วยทองสีดอกบวบ มีอักษรจารึกอยู่ที่ฐานเป็นภาษาขอม บอกชื่อผู้สร้างและวันเดือนปีที่สร้างอ่านได้ความว่า “สังกาดได้ร้อยแปดสิบห้าตัว ปีกาเมด   เดือนยี่ แรม ๑๕ ค่ำ วันหก แม่อวนพ่ออวนผัวเมียมีศรัทธาสร้างไว้ในพระศาสนา” เมื่อคำนวณดูตามปีแล้วคงสร้าง เมื่อปี พ.ศ.๒๓๖๖ พระพุทธรูปทั้งสององค์นี้ ชาวหนองบัวลำภูเคารพนับถือมาก โดยเมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ จะมีพิธีแห่พระพุทธรูปทั้งสององค์รอบตัวเมืองหนองบัวลำภู เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำและสักการะบูชา เกิดความศิริมงคลต่อชีวิต ปัจจุบันพระบางประดิษฐาน ณ หอพระบาง วัดมหาชัย เปิดให้ประชาชนได้สักการะทุกวัน

วัดธาตุหาญเทาว์

            


    ตั้งอยู่ตำบลบ้านขาม อำเภอเมืองหนองบัวลำภู สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายเดิมเป็นวัดฝ่ายคณะธรรมยุติสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๘ เคยเป็นวัดร้าง ต่อมาพระมหาสุตัน   สุตาโณ พร้อมด้วยชาวบ้านได้บูรณะองค์พระธาตุขึ้นใหม่และได้เปลี่ยนชื่อวัดใหม่ เป็นวัดพระธาตุหาญเทาว์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สาเหตุที่เปลี่ยนชื่อจากหันเทาว์มาเป็นหาญเทาว์ด้วยเหตุว่าองค์พระธาตุได้ แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ปรากฏดวงแก้วไฟใสสว่างขึ้นทุกแรม ๑๕ ค่ำ จึงได้เปลี่ยนเป็นหาญเทาว์ จนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ภายในบริเวณพระธาตุด้านทิศเหนือมีพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะล้านช้าง ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนทั่วไปเช่นกัน


วัดป่าสามัคคีสิริพัฒนาราม (กุดโพนทัน)

    ตั้งอยู่บ้านโนนบก ตำบลลำภู อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นวัดเก่าแก่มาแต่โบราณกาล มีซากอุโบสถ และโบราณวัตถุหลายชิ้น โดยอายุสันนิษฐานว่า คงจะสร้างสมัยเดียวกับเมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน เพราะซากอิฐและโบราณวัตถุมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันปัจจุบันมีเนื้อที่ ประมาณ ๒๐๐ ไร่ มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์ สงบร่มรื่น เหมาะต่อการเป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐาน อย่างยิ่ง

วัดโพธิ์ศรี(วัดหายโศก)

    เดิมชื่อ วัดพระราชศรีสุมังค์หายโศก ซึ่งเป็นชื่อมาจาก พระราชศรีสุมังค์หายโศก ที่ประดิษฐานที่อุโบสถวัดโพธิ์ศรี บ้านลำภู อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู สันนิษฐานว่า เป็นพระพุทธรูปที่สร้างรุ่นเดียวกันกับ พระไชยเชษฐา วัดถ้ำสุวรรณคูหา และวัดศรีคูณเมือง สร้างประมาณปี พ.ศ. ๒๑๐๖ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าเมืองและชาวเมืองเคารพนับถือมาก ใช้เป็นพระประธานในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาและ ดื่มน้ำสาบานในอดีต

พระพุทธรัตนเอกโกเมนทร์ ศูนย์ปฏิบัติธรรมหนองน้ำเพชรมงคล

    ตั้งอยู่ศูนย์ปฏิบัติธรรมหนองน้ำเพชรมงคล บ้านเพ็กเฟื้อย-ห้วยเตย ตำบลหนองหว้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๖ เมตร สูง ๘.๒๐ เมตร ซึ่งพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงสร้างถวาย ทรงประทานนาม พร้อมประทานพระอนุญาตให้ใช้พระนามย่อประดิษฐาน ณ ฐานพระพุทธรูป และประทานพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในพระเกศ   และทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก ในวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๓

สัพพสังวรเจดีย์

    ตั้งอยู่บนที่พักสงฆ์ภูหินกอง บ้านนาแค ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณเชิงเขาภูพาน โดยพระครูปรีชาญาณคุณ สร้างขึ้นสำหรับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ มีความสูง ๓๐ เมตร กว้าง ๑๖ เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ซึ่งพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นองค์ประธานเปิด และทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓

ปโมทิตเจดีย์ อาคารพิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลอด

    ปโมทิตเจดีย์ เป็นเจดีย์ ๓ ชั้น มีขนาดกว้าง ๒๐ เมตร ความยาว ๔๒ เมตร ความสูง ๓๕ เมตร อยู่ที่วัดป่าศรีสว่าง บ้านขาม ตำบลบ้านขาม อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ห่างจากตัวเมืองไปทางอำเภอโนนสัง ประมาณ ๑๐ กิโลเมตรภายในเจดีย์ ประกอบด้วย ชั้นที่ ๑ เป็นศาลาปฏิบัติธรรมและห้องประชุม ชั้นที่ ๒ เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ของ หลวงปู่หลอด ปโมทิโต ชั้นที่ ๓ เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ มี พิธีเปิดใน ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๖ โดยหลวงปู่หลอดเป็นประธานในพิธีอัญเชิญ พระบรมสาริกธาตุ บรรจุในปโมทิตเจดีย์ ทางวัดเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมและสักการะ ตั้งแต่ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.   โดยหยุดทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันจันทร์วันนักขัตฤกษ์

เจดีย์วัดสิริสาลวัน

   เจดีย์วัดสิริสาลวัน ตั้งอยู่ภายในวัดสิริสาลวัน ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิธาตุ หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโต ซึ่งหลวงปู่ได้มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๗ เม.ย.๒๕๒๓ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำเนิน ทรงมาเป็นองค์ประธานในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๒๔


ศาลเจ้าปู่หลุบ

   ตั้งอยู่บริเวณดอนหัน บ้านห้วยเชียง ริมถนนหนองบัวลำภู-อุดรธานี ทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ จากตัวเมืองหนองบัวลำภูไปทางจังหวัดอุดรธานี ประมาณ ๓ กิโลเมตร “ปู่หลุบ” เป็นที่เคารพและศรัทธาของประชาชนทั่วไป เวลาขับรถยนต์และรถจักยานยนต์ผ่านเส้นทางสายนี้ จะบีบแตรสามครั้ง เพื่อขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัยและประสบโชคดี บางทีมีคนไปอธิษฐานบนบานศาลกล่าวเพื่อขอให้ปู่หลุบได้ช่วยเหลือ เมื่อประสบผลสำเร็จแล้ว ก็จะนำเหล้าไหไก่โตหรือไม่ก็หัวหมูไปถวายเป็นการแก้บน ปัจจุบันนิยมนำ หมอลำชิ่ง หมอลำเพลินและภาพยนตร์ไปแก้บนในเวลากลางวัน

หอสองนาง

   "สองนาง" หรือหอสองนาง ตั้งอยู่ริมหนองบัวด้านทิศตะวันตกใกล้ตลาดแม่สำเนียงซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ อีกแห่งหนึ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับเมืองหนองบัวลำภู ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยที่ไม่มีผู้ใดจะลบล้างหรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดได้ ชาวเมืองหนองบัวลำภู ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งคู่กับศาลพระวอพระตา โดยมีตำนานเล่าถึง “สองนาง” ที่เป็นหลานพระวอพระตา ที่อยู่ริมหนองบัวได้มาเฝ้ารักษาฆ้องเมือง "มิ่งเมือง" ของพระวอพระตา ซึ่งเป็นฆ้องขนาดใหญ่มากไม่สามารถจะเอาไปได้ เมื่อคราวพ่ายศึกทางเวียงจันทน์ ท่านจึงให้คนเอาไปฝังไว้ในหนองบัว เพื่อที่จะไม่ให้ทางเวียงจันทน์เอาคืนไป แล้วมอบให้หลานฝาแฝดหญิง ของท่านมารักษาฆ้องไว้ในโลกแห่งนามธรรม ซึ่งฝาแฝด ผู้พี่ชื่อ "คำสี" คนน้องชื่อ "คำใส" จึงเป็นที่มาของ หอสองนาง

หมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา บ้านโค้งสวรรค์

   บ้านโค้งสวรรค์เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองบัวลำภู ๑๘ กิโลเมตร ขึ้นกับ ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ชุมชนเกิดจากการย้ายถิ่นฐานของชาวโคราช ซึ่งได้นำภูมิปัญญาการปั้นหม้อมาเผยแพร่ เดิมทีเป็นพื้นที่ป่า ชาวบ้านเรียกว่า “มอมหาตัน” และได้เข้ามาตั้งชุมชนครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๐๐ โดยนายพรมกับนางไหล จงชนะคดี สภาพที่อยู่อาศัยมีหนองน้ำสาธารณะที่มีดินเหนียวเหมาะแก่การปั้นหม้อ การปั้นหม้อของชาวบ้านจะเป็นงานหัตถกรรมที่ใช้มือและความชำนาญในการทำ กรรมวิธีการผลิตเป็นศิลปหัตถกรรมแบบดั้งเดิม เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะในท้องที่ เครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญ คือ แจกัน แอ่งน้ำ หม้อดิน หรือหม้อแกงอ่อม ฯลฯ ส่วนแจกันขนาดใหญ่ช่างปั้นจะทำส่งพ่อค้าบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี

ภูหินลาดช่อฟ้า

    ภูหินลาดช่อฟ้า ตั้งอยู่ที่เทือกเขาภูพานคำ บ้านภูพานคำ ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู   เป็นอาณาบริเวณของป่าดิบและลานหินกว้างใหญ่ ผืนป่ายังอุดมสมบูรณ์ มีความงดงามของพันธุ์ไม้ป่าชนิดต่างๆ   มีก้อนหินขนาดน้อย ใหญ่รูปร่างลักษณะแปลกตาเป็นร่องคล้ายถูกน้ำเซาะกัดกร่อนมาเป็นเวลานาน จนก่อให้เกิดโขดหินรูปร่างคล้ายช่อฟ้าและโพรงถ้ำ สามารถเดินชมดอกไม้ป่าที่เกาะเกี่ยวกับผนังของหิน และสามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวจังหวัดหนองบัวลำภู และเขื่อนห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานีได้อย่างชัดเจน และเคยเป็นสถานที่พำนักและศูนย์บัญชาการของนิสิต นักศึกษา และผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ในการต่อสู้ทางการเมือง เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๙ ในอดีตที่ผ่านมา และมีประวัติเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ในการต่อสู้และดำรงชีวิตของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่น่าสนใจและมีประวัติเกี่ยวกับทับต่างๆ ประกอบด้วย   ทับบันเทิง ทับสามสิบสองอ่าง ทับถ้ำใหญ่ ทับกกบก ทับสูง ทับโรงแรม ทับวิวัฒน์ ทับพยาบาล ทับซำบก ฯลฯ และยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง คือ ลานตาหมากฮ็อต ซำนกยูง ลานกลางภูหินลาดช่อฟ้า ถ้ำเวที และถ้ำวิทยุ เอกสาร จึงเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษาและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของ จังหวัดอีกแห่งหนึ่ง และมีสถูปภูซาง (อนุสรณ์สถานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย) ที่บ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน เป็นสถานที่เก็บอัฐิของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่เสียชีวิตในการต่อสู้และจากการเจ็บป่วย ประมาณสองร้อยกว่าคน ในเขตเทือกเขาภูพานคำ

วนอุทยานบัวบาน

   วนอุทยานบัวบาน ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองหนองบัวลำภูจังหวัดหนองบัวลำภู ทางเข้าบริเวณบ้านภูพานทอง เข้าไปประมาณ ๔ กิโลเมตร ห่างจากตัวเมือง ๗ กิโลเมตร เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีเนื้อที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามหลายแห่ง เช่น ผาชมเมือง ลานหมาจอก ธารน้ำตก ถ้ำพระ และโขดหินเมืองเก่าเป็นต้น มีแนวเขตติดต่อกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูพานน้อย ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของจังหวัดหนองบัวลำภูที่สวยงามทั้งกลางวันและกลาง คืน ปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้สามารถพัฒนาด้านการท่องเที่ยวให้เป็นแหล่ง เรียนรู้ทางธรรมชาติ เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมต่างๆ จากทั้งหน่วยงานราชการ และนักท่องเที่ยว เช่นการเข้าค่ายอบรม และพักแรม มีห้องประชุม บ้านพักไว้บริการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘ ๙๘๖๑ ๔๑๐๑

แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูพานน้อย

    แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูพานน้อย ตั้งอยู่ที่เทือกเขาภูพาน ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ทางเข้าบริเวณบ้านภูพานทอง เข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตร ห่างจากตัวเมือง ๘ กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีภูมิประเทศที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์จังหวัดหนองบัวลำภูได้ทั้งหมด มีจุดชมทิวทัศน์ที่สร้างด้วยไม้ในบริเวณหน้าผา และมีอีกหลายจุดที่สวยงามแตกต่างกันไป จุดเด่นภายในแหล่งท่องเที่ยวจะมีหอดูดาว ที่จังหวัดหนองบัวลำภูได้สร้างไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่สนใจในการดูดาว และยังชมดาวบนดินยามค่ำคืน ที่เกิดจากแสงไฟฟ้าระยิบระยับของตัวเมืองมีลักษณะเหมือนมองดูดาวบนฟ้า  สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบจ.หนองบัวลำภู โทร. ๐ ๔๒๓๑ ๒๘๗๐-๑

อุทยานน้ำตกเฒ่าโต้

   อุทยานน้ำตกเฒ่าโต้ ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (หนองบัวลำภู – อุดรธานี) จากตัวเมืองไปทางจังหวัดอุดรธานี ประมาณ ๓ กิโลเมตร ทางลงไปน้ำตกอยู่ ใกล้เคียงกับศาลเจ้า “ปู่หลุบ” น้ำตกเฒ่าโต้ เป็นน้ำตกที่เหมาะในการพักผ่อนหย่อนใจ มีความร่มรื่นเต็มไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ และโขดหินรูปต่าง ๆ สวยงาม

พิพิธภัณฑ์หอยหิน ๑๕๐ ล้านปี

   ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน จัดแสดงเกี่ยวกับวากฟอสซิลหอยอายุราว ๑๔๐ – ๑๕๐ ล้านปี ซึ่งค้นพบจำนวนมากที่บริเวณหน้าผาสูงชัน มีสภาพที่สมบูรณ์ และยังค้นพบซากกระดูกจระเข้โบราณ เศษหินจาไมก้า และแร่ธาตุบางชนิดอีกด้วย ภายในบริเวณยังสามารถชมอาคารแสดงนิทรรศการกระดูกไดโนเสาร์ที่ขุดพบอยู่ใน ชั้นหินเหนือชั้นที่พบซากหอยหิน ๒ เมตร เป็นกระดูกขาหน้าส่วนบนทั้งซ้ายและขวา ขาหลัง และอีกหลายชิ้น และภายในอาคารยังมีหุ่นยนต์ไดโนเสาร์เคลื่อนไหวได้ ๘ จุด ตัวแรกในประเทศไทย เป็นไดโนเสาร์ตระกูลทีเร็กซ์ ขนาดเท่าตัวจริง ขนาดยาวกว่า ๗ เมตร สูง ๓ เมตร โดยเปิดให้ชมทุกวัน นอกจากนี้ภายในพื้นที่ยังเป็นที่ตั้งของศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แห่งที่ ๒   ไว้ให้ผู้มาเยือนได้สักการะบูชาอีกด้วย

   การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ (หนองบัวลำภู – อุดรธานี ) กิโลเมตรที่ ๘๘   ห่างจากตัวเมืองหนองบัวลำภู ๑๐ กิโลเมตร ทางเข้าทางเดียวกันกับที่ทำการขององค์การบริหารส่วนตำบลโนนทัน


หนองบัว

    หนองบัว เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ อยู่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ติดสนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีน้ำขังตลอดปี เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของชาวหนองบัวลำภู มีเนื้อที่ ประมาณ ๑๓๕ ไร่ ภายในบริเวณ ด้านทิศตะวันออกของหนองบัวเป็นที่ตั้งของ “ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ด้านทิศตะวันตก จะเป็นที่ตั้ง “หอสองนาง” ภายในพื้นที่จะเป็นสถานที่จัดแสดงดอกบัวสายพันธ์ต่าง ๆ ไว้ให้ศึกษาและเที่ยวชมอย่างสวยงาม และในบริเวณรอบหนองบัวด้านสนามนเรศวรมหาราช เป็นที่ตั้งของร้านอาหารประเภทไก่ย่าง ส้มตำ ปลาเผา ที่ผู้คนนิยมไปนั่งรับประทาน

ตลาดห้วยเดื่อ

ตลาดจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านตามฤดูกาล ที่ชาวบ้านนำมาวางขาย เช่น หน่อไม้ เห็ด ของป่า ผลไม้ และสินค้าด้านการเกษตรของท้องถิ่นตามฤดูกาล เป็นที่สนใจและนิยมจากผู้คนที่ผ่านไปมาเป็นอย่างดี สร้างรายได้แก่ชุมชน ตั้งอยู่ริมถนนหนองบัวลำภู – อุดรธานี บ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน ห่างจากตัวเมืองหนองบัวลำภู ๑๑ กิโลเมตร