ศรีบุญเรือง

แหล่งท่องเที่ยวอำเภอศรีบุญเรือง

คำขวัญอำเภอศรีบุญเรือง

“ศรีบุญเรืองเมืองคนดี ประเพณีบุญบั้งไฟ ก่องข้าวใหญ่ชาวอีสาน

เด่นตระการถ้ำผาสวรรค์ อัศจรรย์เขาสามยอด”

   อำเภอศรีบุญเรือง อยู่ทางทิศใต้ ห่างจากจังหวัดหนองบัวลำภู ๓๓ กิโลเมตร ประกอบด้วย ๑๒ ตำบลคือ กุดสะเทียน โนนม่วง หนองแก ทรายทอง หันนางาม หนองบัวใต้ หนองกุงแก้ว ยางหล่อ ศรีบุญเรือง โนนสะอาด นากอก และ เมืองใหม่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ ดังนี้

วัดป่าผาสามยอดผาสุการาม(วัดน้ำทิพย์)

   วัดป่าผาสามยอดผาสุการาม(วัดน้ำทิพย์)   ตั้งอยู่บ้านผาสุก  หมู่ที่ ๕ ตำบลหนองกุงแก้ว อำเภอศรีบุญเรือง   เป็นวัดป่าที่มีความสงบร่มรื่น ที่พระอาจารย์เกรียงไกร โฆสธฺมโม ได้เริ่มพัฒนาผาสามยอดให้เป็นพุทธอุทยาน เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๖   โดยภายในวัดจะมีเสนาสนะที่สวยงาม บริเวณทางเข้าวัดจะมีรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่สวยงามคู่ขนานอยู่ทางเข้า และในส่วนของพุทธอุทยานจะเป็นทางเดินขึ้นภูเขาผาสามยอด โดยระหว่างทางจะมีพระพุทธรูปประดิษฐานสวยงามจนถึงหน้าผายอดกลาง รวม ๑๙ องค์ เหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติและปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง

วัดบ้านสมสนุก

   ตั้งอยู่ที่บ้านสมสนุก ตำบลนากอก อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู ประวัติ     ไม่ปรากฎหลักฐานชัดเจน องค์ประกอบได้แก่ ซากโบราณสถานก่อด้วยอิฐ มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งเหลืออยู่เพียงส่วนฐานรากโดยทางวัดได้สร้างเจดีย์คร่อมทับโบราณสถานอยู่ สาระสำคัญมีหลักฐานว่าบริเวณนี้ เคยมีพระพุทธรูปนาคปรก ศิลปะขอม จึงอาจกล่าวได้ว่า ในเบื้องต้นโบราณสถานวัดสมสนุกนี้น่าจะเคยเป็นศาสนสถานตั้งแต่ช่วงพุทธ ศตวรรษที่ ๑๖- ๑๘ และต่อมาได้มีการสร้างเสริม หรือโบสถ์ในสมัยล้านช้าง คือ ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๓ – ๒๔


บ่อน้ำสร้างเสี่ยน วัดจันทรประสิทธิ์

   ตั้งอยู่วัดจันทรประสิทธิ์ บ้านสร้างเสี่ยน ตำบลหนองบัวใต้ อำเภอศรีบุญเรือง บ่อน้ำโบราณ หรือ บ่อน้ำสร้างเสี่ยน เป็นบ่อน้ำเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ที่ มี ประวัติอันยาวนาน “สร้าง” หมายถึง บ่อน้ำ “เสี่ยน” หมายถึง เกลี้ยงเกลา สวยงาม สม่ำเสมอ ผิวเรียบเพียงกัน แต่โบราณกาล ท่านพระอาจารย์ประสิทธิ์ สิทธิญาโน ทราบในนิมิตว่าบ่อนี้ขุดมาได้กว่า ๖๐๐ ปีแล้ว แต่ก่อนบริเวณนี้เคยเป็นเมืองใหญ่มาก่อน บ่อน้ำนี้อยู่ในเขตปกครองของเจ้าเมือง เมืองมีวัดอยู่ทางทิศเหนือ คือ วัดหนองอ้อ บางคนก็ว่ามีก้อนอิฐทิ้งอยู่ ก่อนเมืองจะล่มเจ้าเมืองได้เก็บสมบัติลงในบ่อน้ำนี้ โดยเอาฝาฆ้องทองเหลือง ปิดครอบสมบัติฝังไว้กับบ่อ เสร็จแล้วอธิษฐานให้เทพเจ้าและภูติรักษาไว้รอจนกว่าศาสนาพระโพธิสัตว์องค์ หนึ่งมาประสูติ คือ หลังพระศรีอารย์ สิ้นไปแล้ว คนโบราณมักได้ยินเสียงฆ้องเมื่อถึงวันพระ ๑๕ ค่ำ

เสมาหินวัดป่าศรีวิไล

   เสมาหินวัดป่าศรีวิไล อยู่ภายในวัดป่าศรีวิลัย บ้านโคกสูงโคกสวรรค์ ตำบลศรีบุญเรืองภายในวัดป่าศรีวิไลปรากฏฐานอาคารเก่า ( อุโบสถ ) รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปัจจุบันทางวัดได้สร้างอาคารโถงทับฐานอาคารเดิม มีการปักใบเสมาเป็นขอบเขตตามมุม ๖ ทิศ ( มุมด้านหลัง และมุมตรงกลางหน้าหายไป )ใบเสมาเหล่านี้ปักไว้จุดละ ๒ ใบ มีขนาดแตกต่างกัน ส่วนใหญ่เป็นใบเสมารูปปลายโค้งรูปกลีบบัวแต่บางใบก็สลักกลายรูปหม้อน้ำและ กลายแกนสถูปตรงกลางแผ่น นอกจากนี้ยังพบใบเสมากระจาย ๆ อยู่อีกหลายจุด น่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายใบเสมาจากที่อื่นโดยเฉพาะมีข้อมูลว่าเคยมีการ เคลื่อนย้ายใบเสมาจากวัดมิ่งเมืองพัฒนาราม อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น และวัดสว่างอารมณ์ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู มาไว้ที่นี่ด้วย โบราณวัตถุสถานที่วัดป่าศรีวิไลนั้นสันนิษฐานว่า แต่เดิมน่าจะเป็นพุทธสถานที่มีการปักใบเสมากำหนดขอบเขต เมื่อพิจารณารูปแบบใบเสมาแล้วพบว่าบางใบโดยเฉพาะใบที่สลักลวดลายหม้อน้ำที่ สูงเพรียวสามารถเทียบเคียงกับกลุ่มใบเสมาที่พบใน อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย แสดงอิทธิพลวัฒนธรรมทวารวดีที่มีอายุราว พุทธศตวรรษ ที่ ๑๔ – ๑๖ เป็นต้นมา

สิมไม้ วัดเจริญทรงธรรม

   สิมไม้วัดเจริญทรงธรรม ตั้งอยู่ที่บ้านดอนปอ หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองบัวใต้ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นสิมทึบแบบพื้นบ้านอีสานสร้างด้วยไม้ ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๙ เดิมเป็นสิมน้ำตั้งอยู่ในสระน้ำทางทิศตะวันออก ต่อมาราวปี พ.ศ.๒๔๙๘ จึงย้ายไปตั้งบนบก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัด โดยก่อสร้างส่วนฐานของสิมเป็นฐานก่อสร้างถือปูนแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.๒๕๐๒

ตัวอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงโถงสูงมีมุขหน้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีประตูและบันไดทางขึ้นด้านหน้าบันไดก่ออิฐถือปูน หัวบันไดประดับด้วยปูนปั้นรูปพญานาค ส่วนหน้าบันประดับด้วยแผ่นไม้แกะสลักเป็นรูปครุฑและรังผึ้ง ผนังเป็นฝาไม้กระดานตามแนวนอน ผนังด้านข้างมีหน้าต่างด้านละ ๔ ช่อง ส่วนผนังด้านหลังทึบ หลังคาทรงจั่วซ้อนกัน ๒ ชั้น ประดับช่อฟ้าที่เป็นไม้แกะสลักรูปธาตุอีสานอยู่กึ่งกลางสันหลังคา เครื่องมุงหลังคาเดิมเป็นแป้นเกล็ดไม้ ปัจจุบันเป็นสังกะสี ภายในสิมประดิษฐานพระประธานปางสมาธิ ชาวบ้านเรียกว่า“พระคีนอร์”

   ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๘ ตอน ๑๒๗ ง วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๔๔ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๑ ไร่ ๑ งาน ๘๔ ตารางวา กรมศิลปากรได้บูรณะใหม่เมื่อปี ๒๕๕๔


หัตถกรรมจักสานกระติบข้าวจากต้นคล้า

   กระติบข้าวต้นคล้า หัตถกรรมท้องถิ่น         เป็นงานหัตถกรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาของท้องถิ่นที่นำวัสดุต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การสานกระติบข้าวด้วยต้นคล้าเป็นงานฝีมือที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของ ชุมชน ต้นคล้าเป็นพืชตระกูล ขิง-ข่า ประเภทใบเลี้ยงเดี่ยว ปลูกง่ายทนต่อทุกสภาพของดินฟ้า อากาศ ต้นคล้าเวลาที่สานเป็นกระติบข้าวแล้ว จะมีคุณสมบัติ คือ สามารถเก็บความร้อนของข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วได้ดี ลายที่นิยมสานเป็นกล่องข้าวส่วนมากเป็น ลายสองเรียน ลายสองยืน

ชุมชนบ้านห้วยฮวก-นาฝาย อำเภอศรีบุญเรือง ตั้งอยู่บนเส้นทางศรีบุญเรือง-ภูเวียง ประมาณกิโลเมตรที่ ๘ ชาวบ้านในหมู่บ้านประมาณ ๙๕% ทำ อาชีพจักสานกระติบข้าวด้วยคล้า เป็นงานหัตถกรรมที่มีความงามจากวัสดุธรรมชาติและคงทน ที่พรั่งพร้อมด้วยประโยชน์ใช้สอย ที่บ่งบอกถึงแนวคิดและภูมิปัญญาของชาวบ้านอย่างแท้จริง โดยนิยมทำกันทั้งครอบครัว ตั้งแต่อายุ ๖-๖๐ ปี ก็สามารถสานกระติบข้าวด้วยความชำนาญเป็นที่น่าภูมิใจยิ่งและสามารถที่จะส่ง เสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรมของจังหวัดได้เป็นอย่างดี