สุวรรณคูหา

แหล่งท่องเที่ยวอำเภอสุวรรณคูหา

คำขวัญอำเภอสุวรรณคูหา

“ถิ่นกำเนิด ทสปช. แผ่นดินธรรมหลวงพ่อพระไชยเชษฐา

ล้ำค่าพระพุทธรูปทองคำ เที่ยววัดถ้ำสุวรรณคูหา ก้องกังวานภูซาง ภูผายา   ตระการตาบุญข้าวจี่ใหญ่”

   อำเภอสุวรรณคูหา อยู่ห่างจากเมืองหนองบัวลำภู ๖๕ กิโลเมตร ประกอบด้วย ๘ ตำบล คือ นาสี บ้านโคก ดงมะไฟ นาด่าน นาดี บุญทัน กุดผึ้ง และ สุวรรณคูหา มีแหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญๆ ดังต่อไปนี้

วัดถ้ำสุวรรณคูหา

 

   ตั้งอยู่ที่บ้านคูหาพัฒนา หมู่ที่ ๗ ตำบลนาสี อำเภอสุวรรณคูหา สังกัดฝ่ายมหานิกาย มีเนื้อที่ ๑๐๓ ไร่ บูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ เดิมเป็นวัดร้าง ตามศิลาจารึกหน้าถ้ำ กล่าวไว้ว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๑๐๖ โดยพระไชยเชษฐาธิราช    และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑มีถ้ำ ขนาดใหญ่ เล็ก ประมาณ ๔๐ ถ้ำ ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดงานประเพณีบุญข้าวจี่ยักษ์ ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัด

พระไชยเชษฐาวัดถ้ำสุวรรณคูหา 

 

   พระไชยเชษฐา เป็นนามพระพุทธรูปประธานในถ้ำสุวรรณคูหา ซึ่งให้เป็นสีมา (อุโบสถ) และวิหารประจำ เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างขนาดใหญ่ ฐานกว้างประมาณ ๔ ศอก ปางมัจลินท์ คือพระพุทธรูปนาคปรก มีนาคปรก ๗ เศียร ลักษณะทั่วไปของนาคมีหน้าตาแบบศิลปะล้านช้างพระพุทธรูปไชยเชษฐา ตั้งอยู่บนฐานชุกชีปูน ฐานสูงจากพื้นประมาณ ๑ เมตร ปูนปั้นพระพุทธรูปเรียกว่า ปูนสะทายเพชร (ปูนสะทายโบกอีกสูตรหนึ่งที่ใช้โบกผนังทั่วไป ซึ่งแข็งตัวดี สะดวกในการใช้ปั้นลวดลาย และพระพุทธรูป มีส่วนผสม ดังนี้ ปูนขาว ๒ ส่วน ทราย ๕ ส่วน น้ำมันยาง ๑ ส่วน น้ำมะขาม ๒ ส่วน) โดยใช้อิฐเป็นโครงในและ ใช้ปูนสะทายเพชรโบกทับ ปั้นแต่งให้มีรูปร่างตามความต้องการของฉะบับหรือสะบับ (ช่าง) พระไชยเชษฐานี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมาก เล่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มีงานบุญปิดทองไหว้พระประจำปีในเดือนสาม ขึ้น ๑๓-๑๕ ค่ำของทุกปี ประชาชนในละแวกใกล้เคียงทั้งใน และ นอกจังหวัด   จะมานมัสการขอพรพระไชยเชษฐาเป็นจำนวนมาก

พระมหาธาตุเจดีย์วัดถ้ำสุวรรณคูหา

    ได้กล่าวไว้ในศิลาจาลึกหลักที่ ๒ (สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๑๖๙) ที่กล่าวว่า "พระยาสุรเทพเจ้าได้อุทิศข้าพระโยมสงฆ์ไว้กับพระมหาธาตุเจ้า ๕ ครอบครัว คือ แสนศรีครัวหนึ่ง ทั้งเมียทั้งลูก แสนนันทสงครามครัวหนึ่ง เทพอาสาครัวหนึ่ง ทั้งเมียทั้งลูก นางกว้านกว่าครัวหนึ่ง ทั้งลูกทั้งหลาน อีบัวครัวหนึ่งทั้งน้องทั้งหลาน" แสดงให้เห็นว่าพระมหาธาตุที่ประจำอยู่ในวัดสุวรรณคูหานี้เป็นพระธาตุเจดีย์ สำคัญจนมีผู้เลื่อมใสศรัทธา อุทิศทาสดูแลพระมหาธาตุถึง ๕ ครอบครัว เรื่องพระมหา ธาตุเจดีย์ในวัดสุวรรณคูหานี้ ชาวบ้านและพระสงฆ์ในวัดปัจจุบันยังไม่ทราบว่ามีพระมหาธาตุอยู่ในถ้ำวัด สุวรรณคูหา (ตามที่ศิลาจารึกได้กล่าวไว้) จากความเห็น ของผู้เรียบเรียงเชื่อว่า "พระธาตุเจดีย์ขนาดย่อมที่สร้างไว้ในถ้ำสุวรรณคูหา อยู่ด้านหลังพระเจ้าไชยเชษฐาพระพุทธรูปประธานวิหารถ้ำสุวรรณคูหาน่าจะเป็น "พระมหาธาตุ" ที่กล่าวไว้ในศิลาจารึก (พ.ศ. ๒๑๖๙) ก็ได้" เพราะ สร้างไว้อยู่ด้านหลังพระวิหาร (ซึ่งเป็นธรรมเนียมของชาวพุทธจะนิยมสร้างพระมหาธาตุไว้อยู่ เบื้องหลังพระวิหาร แต่อยู่นอกอาคารพระวิหาร แต่ในถ้ำสุวรรณคูหา นี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้เป็นพระวิหาร และมีสถานที่จำกัด (เพดานถ้ำไม่สูงมากนัก) จึงจำ เป็นจะต้องสร้างพระธาตุเจดีย์ขนาดย่อม แต่ชาวพุทธและพระเถระสมัยโบราณทราบว่าเป็นพระมหาธาตุ จึงได้มีผู้เลื่อมใสศรัทธาถวายข้าพระโยมสงฆ์ไว้ดูแล ทำ ความสะอาดจัดเครื่องบูชา และรักษาเฝ้าเวรยาม ไว้ถึง ๕ ครอบครัว ดังปรากฏรายละเอียดในศิลาจารึกวัดถ้ำสุวรรณคูหาหลักที่ ๒ นั้นแล้ว ส่วนพระธาตุอื่น ๆ อีก จำนวนมาก ซึ่งเป็นพระธาตุของพระเถระผู้ใหญ่ของวัดถ้ำสุวรรณคูหา ชาวพุทธก็ได้สร้างพระธาตุอัฐิเช่นเดียวกัน แต่สร้างอยู่เบื้องล่าง หาได้ สร้างในสถานที่เหมือนพระธาตุดังกล่าว

ศิลาจารึกวัดถ้ำสุวรรณคูหา

   มีอยู่ด้วยกัน ๒ หลัก หลักที่ ๑ ตั้งอยู่ที่หน้าเพิงฝาด้านล่างทางเบื้องขวาของถ้ำสุวรรณคูหา หลักที่ ๒ เก็บไว้ภายในวิหาร ของวัดสาระสำคัญของจารึกหลักที่ ๑ ด้านที่ ๑ จารึกตรงกับ พ.ศ.๒๑๐๖ บอกฤกษ์ยามในการสร้างอย่างละเอียดกล่าวถึงพระนามของพระไชยเชษฐาธิราช สร้างพระพุทธรูปถวายข้าโอกาส และยังได้กล่าวถึงชื่อบ้านนามเมืองที่อุทิศให้เป็นนาจังหันเพื่อเก็บผล ประโยชน์ถวายพระภิกษุและบำรุงวัด ในตอนท้ายได้สาปแช่งผู้ที่ทำลายวัตถุและถือเป็นประโยชน์สงฆ์มาเป็นของตน เอง   ด้านที่ ๒ นั้น จารึกในสมัยพระเจ้าสุมังคลา โพธิสัตว์ มีสาระสำคัญ บอกฤกษ์ยามในการสร้าง กล่าวถึงพระนามของพระเจ้าสุมังคลโพธิสัตว์ได้กัลปนาที่ดินให้กับวัดสุวรรณ คูหา ในตอนท้ายได้สาปแช่งผู้ที่ทำลายวัตถุและถือเป็นประโยชน์สงฆ์มาเป็นของตนเอง ในตอนท้ายได้สาปแช่งผู้ที่ทำลายวัตถุและถือเป็นประโยชน์สงฆ์มาเป็นของตนเอง ส่วนศิลาจารึก หลักที่ ๒ มีเนื้อหา การสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๑๖๙ พระยาสุรเทพเจ้าเป็นผู้สร้าง เขียนด้วยอักษรธรรม ๑๓ บรรทัด กล่าวถึงพระยาสุรเทพ ได้อุทิศทาสวัด คือข้าพระโยมสงฆ์ทั้งหมด ๘ ครอบครัว คืออุทิศให้พระมหาธาตุ ๕ ครอบครัว และอุทิศให้แก่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ๓ ครอบครัว ตอนท้ายได้กล่าวสาปแช่งผู้ที่มายึดเอาข้าพระโยมเหล่านี้ไปเป็นทาสส่วนตัวขอ ให้ตกนรกเหมือนพระเทวทัต

   การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองหนองบัวลำภู ประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ สายหนองบัวลำภู-เลย แล้วแยกขวาไปตามเส้นทางหมายเลข ๒๐๗๙ ถึง อำเภอสุวรรณคูหา จากนั้นใช้เส้นทางพระไชยเชษฐา ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร ถึงโรงเรียนบ้านดงยางตาแหลว แล้วเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ ๔ กิโลเมตร

แหล่งโบราณคดีภูผายา

   ตั้งอยู่ทางเหนือของบ้านนาเจริญ ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา เป็นภูเขาหินปูนที่แยกตัวออกมาจากเทือกเขาภูพาน ภายในมีภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ปรากฎตามผนังถ้ำเป็นจำนวนมาก ทั้งภาพคน ภาพสัตว์ ภาพลวดลายเรขาคณิต สันนิษฐาน ว่ามีอายุระหว่าง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ปี ใกล้เคียงกับภาพเขียนสีที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี และลักษณะภาพคล้ายกับภาพที่ผาลาย มณฑลกวางสี ประเทศจีน

    การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองหนองบัวลำภู ประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ สายหนองบัวลำภู-เลย แล้วแยกขวาไปตามเส้นทางหมายเลข ๒๐๗๙ ถึง อำเภอสุวรรณคูหา  เมื่อถึงอำเภอ สุวรรณคูหาแล้ว ใช้เส้นทางสุวรรณคูหา – บ้านนาเจริญ ไปอีกประมาณ ๒๕ กิโลเมตร

อนุสาวรีย์ ไทยอาสาป้องกันชาติ(ทสปช.)

   ตั้งอยู่ หน้าที่ว่าการอำเภอสุวรรณคูหา สร้างในปี ๒๕๔๖ สมัย นายจารึก ปริญญาพล เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ได้ก่อกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่บ้านนาดี และบ้านโคก อำเภอสุวรรณคูหา เมื่อปี ๒๕๑๗ โดยได้รวมกันเรียกตัวเองว่า “ทสป”(ไทยอาสาป้องกันตนเอง) จับอาวุธขึ้นต่อสู้กับ ผกค. จนได้รับการยกย่องสรรเสริญและถือเอาเป็นแบบอย่างนำไปขยายผลทั่วทั้งประเทศ โดยเรียกราษฎรอาสาสมัครว่า ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) อนุสาวรีย์แห่งนี้จึงสร้างขึ้นเพื่อเชิดชูวีรกรรมของราษฎร ทสปช. และเพื่อให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงบรรพบุรุษ